Idiot Song

posted on 15 Feb 2013 13:50 by poysianz in Mind
 
 
 
"แค่เพราะว่า ผมไม่ได้เล่นดนตรีในแบบของคุณ
มันก็ไม่ใช่ดนตรีใช่ไหม?" - Jimmy Quidd
.
.
.
 


ความคิดของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ชัดเจนขึ้นมาก
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของจิมมี่

จิมมี่พูดขึ้นมา หลังจากถูกกล่าวว่า เขากำลังใช้ชีวิตอย่างโง่เง่า
 
 


มันเป็นเรื่องโง่เง่ามากที่คนคนนึง คิดว่าคนอีกคนนึงใช้ชีวิตอย่างโง่เง่า
เพียงเพราะ เขาใช้ชีวิตคนละอย่างกับตัวเอง
 

ใช่ มันเป็นเรื่องโง่เง่ามาก ที่ผมคิดว่า
คนที่ไม่เข้าใจถึงคำพูดนี้ นั้นโง่เง่า


มันเป็นเรื่องยากมาก ที่จะไม่คิดว่า คนที่มีความคิดสวนทางกับเรานั้น โง่เง่า
 
 
มาถึงตรงนี้คงรู้แล้วว่า
ไม่มีใครคิดผิดเลยซักคนตั้งแต่ต้น
 
คงรู้แล้วว่า คุณสูญเสียเวลาไปมากมายเท่าไร
เพื่อคิดเรื่องที่มันถูกต้องของมันอยู่แล้วทั้งหมด

.
.
 

ใช่ ทั้งหมดนั้น มันโง่เง่า
 

.
.
.
 
 
 
 
 
 
ปัจฉิมลิขิต
คัดมาจากหนังสือ "Turquoise" - จิ๊กโก๋เก่งแต่ปาก
พิมพ์เมื่อ 27 ม.ค. 56 ที่ระลึกในงานมงคลสมรส แด่ มังคุดสุดรัก

Turquoise

posted on 02 Feb 2013 19:58 by poysianz in Now
มีอะไรมากมายที่เธอเคยถาม
ทุกคำตอบที่ผมตอบ มันอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง
.
.
.
"อันนี้สีอะไร" เธอถาม
หลังจากที่ผมบอกว่า ผมมองสีที่มันก้ำกึ่งๆกันไม่ค่อยออก
.
"สีฟ้า" ผมเรียกมันว่าอย่างนั้น 
เธอว่าไม่ใช่ มันคือ "สีเขียว"
.
.
.
.
.
.
.
มีอะไรมากมายที่เธอเคยถาม
ทุกคำตอบที่ผมตอบ มันอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง
สำหรับคนอื่นๆนอกเหนือจากตัวผม
แต่ว่ามันก็ไม่เคยผิด
.
ผมคิดว่างั้นนะ 
.
.
มีเพียงคำถามเดียวที่ผมคิดว่าผมตอบผิด
.
เธอถามผมว่า
.
.
.
"ความรักต้องใช้คนจำนวนน้อยที่สุดกี่คน?"
.
.
ผมตอบไปในทันทีว่า
 .
"สองคน"
.
.
ไม่มีคำเฉลย
.
ไม่มีอะไรต่อเนื่องจากคำถาม
.
ฉุกคิดทีหลังจึงได้รู้ว่า
.
.
ผมตอบผิด
.
.
ผิดแม้แต่กับตัวเอง
.
.
.
.
.
 
มันไม่ใช่สีใดสีหนึ่งทั้งสีฟ้า และสีเขียว
.
.
.
.
.
.
.
.
.
 
เทอร์คอยซ์
 
 
175,238,238
 
 
เธอคอย

ความรักที่ใช้จำนวนคนมากกว่านี้
.
.
.
 

 
 
 
ปัจฉิมลิขิต
คัดมาจากหนังสือ "Turquoise" - จิ๊กโก๋เก่งแต่ปาก
พิมพ์เมื่อ 27 ม.ค. 56 ที่ระลึกในงานมงคลสมรส แด่ มังคุดสุดรัก
พูดให้มันดูดีไปงั้น จริงๆแล้วเขียนมือ
จริงๆเนื้อหาค่อนข้างรู้กันอยู่สองคน นี่พยายามแก้ให้มัน . . . . น่าจะพอรู้เรื่องกันบ้างละ 5555

Big Bloom

posted on 06 Oct 2012 12:27 by poysianz in Past
รู้จัก หมากฝรั่งบิ๊กบลูมไหมครับ
.
ที่แพ๊คเกตเป็นกล่องสี่เหลี่ยมยาวๆ
ข้างในเป็นหมากฝรั่งกลมๆ กลวงๆ สีสวยๆ 
.
เด็กๆสมัยนี้อาจจะไม่รู้จัก
แต่ผมว่าถ้าอายุซักยี่สิบขวบขึ้นไปต้องคุ้นๆบ้างแหละน่า
.
.
ตอนผมเด็กๆ
เด็กมากๆ ยังไม่เข้าโรงเรียนเลย
ผมใช้ชีวิตอยู่อยุธยา กับปู่ ย่า
พ่อ แม่ทำงานที่กรุงเทพฯ จะมาหาช่วงเสาร์อาทิตย์
ถ้าช่วงไหนงานไม่ยุ่งมาก พ่อกับแม่ก็จะมารับผมไปอยู่กรุงเทพฯ
.
.
เรื่องที่ผมจะเล่า เป็นตอนที่ผมอยู่อยุธยา
แถวนี้บ้านเรือนยังเป็นแบบบ้านนอกๆ
บ้านแต่ละหลัง อยู่ไกลๆกันลิบๆ
ขั้นกันด้วยท้องนา
แต่รู้จักกันหมด
.
.
เวลาจะไปเล่นกับเพื่อนบ้าน ผมจะมีย่าไปด้วย
เด็กๆก็เล่นกันไป ผู้ใหญ่ก็นั่งคุยกัน
หรือถ้าวันไหนบ้านไหนมีธุระ ก็จะเอาหลานมาปล่อยไว้บ้านคนอื่น
.
.
แต่เรื่องพวกนี้
ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ผมจะเล่าหรอก
.
.
.
.
.
ตอนเด็กๆ พวกขนมอะไรที่อยู่ตามโฆษณาทีวี ผมจะไม่ค่อยได้กินหรอก
เพราะร้านค้าอยู่ไกลมากๆ
ส่วนมากจะได้กินขนมไทยๆ ที่ทำแจกจ่ายกันไปมากับเพื่อนบ้านมากกว่า
ผมชอบนะ ที่ผมโตมาจากทั้งหมดนี้
.
มีช่วงนึงผมตื่นเต้นกับโฆษณาขนมตัวนึงมาก
เป็นหมากฝรั่งชื่อ บิ๊กบลูม
ที่เป็นเด็กๆ เยอะๆ เล่นอะไรกันซักอย่างจำไม่ได้
แต่เอาเป็นว่าผมตื่นเต้นมาก
ใครห้ามเปลี่ยนช่อง ผมจะดูโฆษณา
.
.
วันนึงลุงผมจะออกไปร้านค้า ผมจึงขอติดไปด้วย
เป้าหมายคือบิ๊กบลูมนี่แหละ
.
.
ผมดีใจมาก
ระหว่างทางกลับบ้าน ผมกึ่งวิ่งกึ่งกระโดด
มือก็เขย่ากล่องบิ๊กบลูม ยิ้มแย้มอย่างลัลล๊า
ลุงผมเดินนำหน้า
.
.
.
.
พ้นร้านค้าไปได้ไม่ไกล
ดีใจได้เดี๋ยวเดียว
.
ขนมหลุดจากกล่องจากการที่ผมเขย่า
หล่นลงที่พื้น
.
ผมยืืนนิ่ง
ห้ามขำกันนะ ผมกำลังเศร้า
กำลังจะร้องไห้
.
.
ลุงยืนมองผมอยู่ และบอกกับผมว่า
.
"เก็บขึ้นมา ทำเองก็ต้องรับผิดชอบเอง"
.
ลุงเป็นคนๆเดียวกับคนที่สอนผมโดยตลอด ว่าไม่ให้กินของที่ตกพื้น
.
แม้ไม่ได้ยิ้มเหมือนเดิม
แต่มันทำให้ผมหยุดที่จะร้องไห้
.
.
ถ้าหากว่าลุงเดินกลับไปซื้อให้ใหม่ เพราะเห็นว่าผมกำลังเสียใจ
ผมอาจจะโตขึ้นมาเป็นคนที่แพ้ไม่เป็นก็ได้
คงจะอ่อนแอน่าดู
.
.
.
ญาติทางฝั่งพ่อผม มักมีวิธีสอนเจ็บๆให้ผมเสมอ
.
.
ลุงคนนี้แหละ เป็นคนสอนให้ผมว่ายน้ำ
ตอนประถม ป.1 ป.2 ได้มั้ง
.
.
ลุงจับผมโยนลงไปในน้ำ
.
ผมตะเกียกตะกายอยู่ได้ไม่นานหรอก
.
ลุงโดดลงมา่ช่วยตอนที่น้ำมิดหัวผมไปแล้ว
บ้าที่สุด
.
แต่เหตุการณ์นี้ไม่ทำให้ผมว่ายน้ำเป็นหรอก
.
.
.
แต่ผมว่า มันทำให้ผมจมน้ำเป็น
.
.
.
.
พ่อผมก็ใช่ย่อย
.
ตอนนั้นผมอยู่ที่กรุงเทพฯ
 ผมเห็นกล้วยหวีนึง วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว
เป็นกล้วยหวีใหญ่กว่าที่เคยเห็นทั่วไป สีเหลือง สวยน่ากินมาก
.
ผมหันไปถามพ่อว่า
"พ่อ กล้วยนี่เอกกินนะ"
.
พ่อผมตอบกลับมาว่า
"อืม ลองกินดูดิ" 
.
คือนะ ก็เข้าใจนะว่า
ถ้าพูดมาแบบนี้ แสดงว่าต้องมีอะไรแน่ๆ
แต่ต้องกินแล้วอะ เพื่อที่จะรู้ ว่ามันมีอะไร ประหนึ่งโดนท้าทาย
.
.
กัดไปคำเดียวเท่านั้นแหละ
ฝาดชิบหาย เหมือนกินกล้วยดิบ
.
พ่อผมหันมาบอกต่อว่า
"กล้วยหักมุก เค้าไม่กินกัน มันฝาด เค้าต้องเอาไปปิ้งก่อน" 
.
.
.
จริงๆบอกตั้งแต่แรกก็ได้นะ
แต่ไม่นานผมก็คงจะลืมไป
.
.
มีวิธีสอนเจ็บๆให้ผมเสมอ
.
.
.
ฯลฯ
 
 
 
 
 
ปัจฉิมลิขิต
สวัสดี ไม่เจอกันนาน
ยากนิดนึงนะ คนเราโตมาไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะไม่เก๊ตความรู้สึกผม
อย่างเช่น ต้องทิ้งกล้วยที่ผมกินไม่ได้ไปลูกนึง ถือว่าจะเจ็บนิดๆนะ สำหรับบ้านผมตอนนั้น
หรืออย่างเช่น หมากฝรั่งที่ตกพื้น ถ้าพลาดตรงนั้นก็ไม่รู้เลยว่าเมื่อไรจะได้มันอีก

Categories